ดินลูกรัง

เกร็ดความรู้ถมดิน ชนิดของดิน วิธีคำนวณและราคา

การถมดิน เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ของการสร้างบ้านหรืออาคาร หากเลือกดินผิดประเภท หรือคำนวณปริมาณพลาด อาจส่งผลให้ “บ้านทรุด” หรือ “งบบานปลาย” ได้ บทความนี้ได้รวบรวมทุกคำถามยอดฮิต และสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อให้คุณคุยกับผู้รับเหมาได้รู้เรื่องและได้งานคุณภาพที่สุด

คำถามยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “ถมดินสร้างบ้านใช้ดินอะไรดี?” เพราะดินแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและราคาต่างกัน การเลือกผิดคือหายนะของโครงสร้างครับ

  • คืออะไร : ดินที่มีเนื้อละเอียด สีออกเหลืองๆ แห้งและแข็ง
  • จุดเด่น : บดอัดได้แน่นมาก รับน้ำหนักได้ดี ไม่ค่อยยุบตัว ราคาไม่แพง
  • เหมาะสำหรับ : ถมดินสร้างบ้าน ถมที่ดินแปลงใหญ่ หรือทำถนน
  • ข้อควรระวัง : ปลูกต้นไม้ไม่ค่อยขึ้น เพราะสารอาหารน้อย
  • คืออะไร : ผิวดินชั้นบนสุด มีแร่ธาตุและอินทรียวัตถุสูง สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม
  • จุดเด่น : ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ปลูกต้นไม้งาม
  • เหมาะสำหรับ : ถมโปะหน้าชั้นบนสุดประมาณ 20-50 เซนติเมตร เพื่อทำสวน
  • ข้อควรระวัง : ราคาถมดิน ชนิดนี้สูงที่สุด ห้ามนำมาถมเพื่อรับน้ำหนักโครงสร้างเด็ดขาด เพราะยุบตัวง่าย
  • คืออะไร : ดินที่มีหินเม็ดเล็กๆ ปนอยู่ สีแดงส้ม
  • จุดเด่น : แข็งมาก เมื่อบดอัดแล้วจะแน่นเหมือนพื้นถนน
  • เหมาะสำหรับ : ถมที่จอดรถ ทำถนน หรือโกดังโรงงาน
  • ข้อควรระวัง : ชุดเจาะเข็มเสายากมาก และปลูกต้นไม้ไม่ได้เลย
  • คืออะไร : ทรายขี้เป็ด หรือทรายถม
  • จุดเด่น : ราคาถูก ระบายน้ำดีมาก แทรกตัวเข้าทุกซอกมุมได้ดี
  • เหมาะสำหรับ : ถมในโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่ต้องการความเรียบเนียน หรือถมที่ที่มีน้ำขัง
  • ข้อควรระวัง : ต้องมีกำแพงกันดินที่แข็งแรงมาก ไม่งั้นทรายจะไหลออกหมด

หลายคนโดนโกงเพราะคำนวณไม่เป็น หรือลืมเผื่อการยุบตัว สูตรคำนวณ ถมดิน 1 ไร่ หรือตามขนาดที่ดินมีดังนี้ :

  • วงเล็บแรก : คือ ปริมาณดิน หน่วยที่ได้จะเป็น “ลูกบาศก์เมตร” หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า “คิว” นั่นเองครับ
  • วงเล็บหลังเครื่องหมายเท่ากับ : คือ พื้นที่ ต้องใช้หน่วยเป็น “ตารางเมตร” เท่านั้น
    ถ้าในโฉนดบอกเป็น ตารางวา ให้เอา X 4 ก่อนครับ
  • วงเล็บหลังสุด : คือ ความสูง ความสูงที่ต้องการถมขึ้นมา หน่วยเป็น “เมตร” (เช่น ถมสูง 50 ซม. ก็คือ 0.5 เมตร)
  • 1 ไร่ = 1,600 ตารางเมตร
  • 1 งาน = 400 ตารางเมตร
  • 1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร
  • แปลงตารางวาเป็นตารางเมตร : 100 X 4 = 400 ตารางเมตร
  • คำนวณคิว : 400 X 1 = 400 คิว

เมื่อรถดั๊มเทดินลงไป ดินจะฟู แต่เมื่อบดอัดแล้วดินจะยุบลง ดังนั้นต้องสั่งดินเผื่อไว้เสมอ :

  • ต้องสั่งเผื่อประมาณ 20% – 30%
  • จากตัวอย่างด้านบน 400 คิว คุณควรสั่งดินจริงๆ ประมาณ 480 – 520 คิว เพื่อให้ได้ระดับความสูง 1 เมตรจริงๆ หลังบดอัด

ราคาถมดินมักขึ้นอยู่กับ “ค่าขนส่ง” เป็นหลัก

  • รถบรรทุก 10 ล้อ : ขนได้เยอะ (ประมาณ 10-14 คิว/เที่ยว) ราคาต่อคิวอาจถูกกว่า แต่เข้าซอยแคบไม่ได้ และน้ำหนักอาจทำให้ถนนซอยพัง
  • รถบรรทุก 6 ล้อ : ขนได้น้อย (ประมาณ 3-5 คิว/เที่ยว) ราคาต่อคิวแพงกว่าเล็กน้อย แต่มีความคล่องตัวสูง เข้าซอยแคบในเมืองได้ดี

คำแนะนำ : ถ้าที่ดินอยู่ติดถนนใหญ่ให้ใช้ รถบรรทุกดิน 10 ล้อ แต่ถ้าอยู่ในซอยลึกหรือหมู่บ้านจัดสรร ต้องใช้ 6 ล้อเท่านั้น

นี่คือคำถามที่คนใจร้อนอยากรู้ที่สุด

  • ดีที่สุด : ถมทิ้งไว้ข้ามปี หรืออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้ดินเซตตัวและผ่านฝน (ฝนช่วยให้ดินแน่นขึ้นตามธรรมชาติ)
  • ถ้ารีบ : สามารถสร้างได้เลย แต่ต้องใช้เข็มยาวเจาะทะลุชั้นดินถมลงไปถึงชั้นดินดานเดิม และพื้นบ้านควรเป็นระบบ “พื้นวางบนคาน” (Slab on Beam) เพื่อถ่ายน้ำหนักลงเสาเข็ม ไม่ใช่วางบนดินใหม่
  1. ตกลงหน่วยวัดให้ชัด : จะวัดเป็น “คิวรถ” (ปริมาณบนรถ) หรือ “คิวหน้างาน” (วัดจากพื้นที่จริงหลังบดอัด) แนะนำว่าวัดเป็นคิวรถจะตรวจสอบง่ายกว่า แต่ต้องมีคนคอยนับเที่ยวรถ
  2. ทำสัญญาเรื่องเกลี่ยหน้าดิน : ราคานี้รวมรถไถเกลี่ยดินให้เรียบร้อยและบดอัดด้วยหรือไม่
  3. เคลียร์พื้นที่ : หากที่ดินเดิมมีหญ้ารก ต้องจ้างถางป่าก่อนถม หรือให้ผู้รับเหมาจัดการ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
  4. ระวังเพื่อนบ้าน : การถมดินมักมีฝุ่นและเสียง ต้องมีการป้องกันและพูดคุยกับข้างบ้านให้ดีก่อนเริ่มงาน

การถมที่ดินด้วยดินลูกรัง

การถมที่ดินเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างหรือปรังปรุงภูมิทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ดินลูกรัง ซึ่งเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากมีคุณสมบัติที่แข็งแรง ระบายน้ำได้ดี และราคาไม่สูงนัก บทความนี้จะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการถมที่ดินด้วยดินลูกรัง รวมถึงวิธีการคำนวณปริมาตรดินอย่างคร่าวๆ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

การถมดินลูกรังให้ได้คุณภาพต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เป็นระบบ โดยมีทั้งการขนส่ง การเกลี่ย และการบดอัด ดังนี้ :

  • สำรวจพื้นที่ : วัดขนาดพื้นที่ที่ต้องการถม และกำหนดระดับความสูงที่ต้องการถมเพิ่ม *คำนวณปริมาณดิน : คำนวณปริมาตรดินลูกรังที่ต้องการใช้ทั้งหมด (เป็นลูกบาศก์เมตร หรือ คิว)
  • เตรียมทางเข้า-ออก : ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมของเส้นทางสำหรับรถบรรทุกขนหกล้อให้สามารถเข้าออกและทำการถ่ายดินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
  • ทำเครื่องหมายระดับ : ปักหมุดหรือทำเครื่องหมายแสดงระดับความสูงที่ต้องการถม เพื่อให้การเกลี่ยดินเป็นไปตามแผนที่วางไว้
  • รถบรรทุกหกล้อ (Truck) และปริมาตรบรรทุก :
    – รถบรรทุกหกล้อที่ใช้ในการขนส่งดินถมมักจะมีขนาดกระบะที่แตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะสามารถบรรทุกดินลูกรังได้ประมาณ 5 ถึง 7 ลูกบาศก์เมตร (คิว) ต่อเที่ยว
    – การคำนวณปริมาตร (คิว) ต่อเที่ยว : ปริมตรดินที่บรรทุกจะถูกวัดตามขนาดของกระบะบรรทุก เช่น หากกระบะมีขนาดกว้าง 2.2 เมตร, ยาว 3.8 เมตร, และความสูงขอบกระบะ 0.8 เมตร ปริมาตรสูงสุดที่สามารถบรรทุกได้ คือ 2.2 X 3.8 X 0.8 = 6.68 คิว
  • การเทดินลงพื้นที่ :
    – รถบรรทุกจะทำการขับเข้าสู่พื้นที่ที่ต้องการถม *คนขับจะทำการยกกระบะรถขึ้น (ระบบดั๊มพ์ หรือ ยกเท) เพื่อให้ดินลูกรังเทลงสู่พื้นที่ โดยจะพยายามกระจายกองดินให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อลดภาระการเกลี่ยในภายหลัง
    – ข้อควรระวัง : ในขณะเทดินลง คนงานควรยืนอยู่ในระยะที่ปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากดินที่กำลังเทและตัวรถบรรทุก
  • คนงานเกลี่ย : บางครั้งดินลูกรังที่มีความเหนียว หรือจับตัวเป็นก้อนอาจไม่สามารถไหลออกจากกระบะได้หมด
  • การใช้แรงงานคน : คนงานจะใช้ จอบ หรือ พลั่วด้ามยาว ช่วยในการเขี่ยหรือดันดินส่วนที่เหลือออกจากท้ายกระบะรถ *ความปลอดภัย : ต้องมั่นใจว่ารถบรรทุกจอดนิ่ง และเบรกมือทำงานก่อนที่คนงานจะเข้าไปใกล้ท้ายกระบะเพื่อเกลี่ยดิน
  • การเกลี่ยดินเบื้องต้น : หลังจากเทดินลงแล้วจะใช้รถแบ็คโฮ (Backhoe) หรือแทร็คเตอร์ติดบุลโดเซอร์ (Bulldozer) ในการเกลี่ยกองดินลูกรังให้กระจายทั่วพื้นที่ *การปรับระดับ : คนงานจะตรวจสอบระดับดินที่เกลี่ยแล้วเทียบกับเครื่องหมายที่ปักไว้ เพื่อให้ได้ความสูงที่ถูกต้อง และพื้นผิวที่เรียบสม่ำเสมอ
  • ความสำคัญ : ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดเพื่อให้ดินแน่น ไม่ทรุดตัวในภายหลัง และพร้อมสำหรับการก่อสร้าง
  • เครื่องจักร : ใช้รถบดอัด ทำการบดอัดดินลูกรังเป็นชั้นๆ (มักจะบดอัดทีละชั้น ความหนาไม่เกิน 30 เซนติเมตร) *การเพิ่มน้ำ (ถ้าจำเป็น) : หากดินลูกรังแห้งเกินไป อาจมีการพรมน้ำเล็กน้อยก่อนการบดอัด เพื่อให้ดินสามารถจับตัว และบดอัดได้แน่นยิ่งขึ้น (การบดอัดจะดีที่สุดเมื่อดินมีความชื้นที่เหมาะสม หรือ Optimum Moisture Content)

ดินลูกรังเป็นดินที่มีส่วนประกอบของหิน กรวด และทรายปะปนอยู่ ทำให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นเหมาะสำหรับการถมที่ดิน :

  • ความแข็งแรงสูง : เมื่อบดอัดอย่างเหมาะสม ดินลูกรังจะมีความหนาแน่นสูงและมีความสามารถในการรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม จึงเป็นรากฐานที่ดีสำหรับโครงสร้างอาคาร
  • การระบายน้ำดี : ลักษณะของดินที่มีกรวดและหินปะปน ทำให้ดินลูกรังมีการซึมผ่านของน้ำที่ดีเยี่ยม ไม่กักเก็บน้ำ เหมือนดินเหนียว ช่วยลดปัญหาน้ำขังและการทรุดตัวจากความชื้น
  • ความคงทนต่อการเปลี่ยนแปลง : ดินลูกรังไม่ค่อยมีการหดตัวหรือขยายตัวมากนักเมื่อความชื้นเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วยให้พื้นผิวที่ถมมีความเสถียรในระยะยาว
  • ลดการทรุดตัว : การถมเป็นชั้นๆ แล้วบดอัดแต่ละชั้นจะช่วยให้การทรุดตัวหลังจากการถมมีน้อยมาก ทำให้พื้นที่ที่สร้างบนดินลูกรังมีความมั่นคงสูง

ขายที่ดินถมแล้ว พร้อมปลูกกล้วย ในซอยลาดพร้าว 64 (แยก 1)

ขอเสนอขายที่ดินแปลงสวยในทำเลทอง ลาดพร้าว 64 (แยก 1) ตะวันรุ่ง ซอย 5 ขนาด 100 ตารางวา ราคาเพียง 100,000 บาท/ตารางวา (รวมราคา 10,000,000 บาท)

สิ่งที่ทำให้ที่ดินแปลงนี้โดดเด่นและคุ้มค่าอย่างยิ่งคือ ที่ดินมีการถมแล้วเรียบร้อย และปลูกต้นกล้วยไว้เต็มพื้นที่ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าที่ดินมีความพร้อมในการใช้งาน และช่วยตัดขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายสูงของการเตรียมพื้นที่ออกไปได้เลย

การซื้อที่ดินที่ถมแล้วเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด เพราะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ในฐานะผู้ขายที่ดินที่เข้าใจความต้องการของนักพัฒนาและผู้ที่สนใจสร้างบ้าน เราจึงนำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการถมที่ดินมาให้พิจารณา :

โดยทั่วไป ค่าถมที่ดินจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ :

  • ระดับความสูงที่ต้องการถม : ยิ่งถมสูงมาก ยิ่งต้องใช้ดินและค่าใช้จ่ายมากขึ้น
  • ประเภทของดินที่ใช้ : เช่น ดินลูกรัง, ดินดำ (ดินถมทั่วไป), ดินดาน (ดินซีแลค) มีราคาแตกต่างกัน
  • ระยะทางขนส่งดิน : ยิ่งไกล ค่าขนส่งก็จะแพงขึ้น
  • ขนาดพื้นที่ : การเหมาถมพื้นที่ขนาดใหญ่ต่อตารางเมตรมักจะได้ราคาถูกกว่า

นี่คือคำถามสำคัญที่สุดในการวางแผน

  • สูตรคำนวณคือ : ปริมาณดิน (คิว) = ขนาดพื้นที่ (ตารางวา) X 4 X ความสูงที่ต้องการถม (เมตร)
  • สำหรับที่ดิน 100 ตารางวา ถ้าคุณต้องการถมดินสูง 1 เมตร (เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ไม่ทรุดเมื่อเทียบกับถนน) จะต้องใช้ดินโดยประมาณ :
    100 ตารางวา X 4 X 1 เมตร = 400 ตารางเมตร
  • หมายเหตุ : ปริมาณดินที่แท้จริงจะมากขึ้นเล็กน้อย (อาจต้องบวกเพิ่ม 10-20% สำหรับการบดอัดดิน)

ที่ดินแปลงนี้ได้ทำการปลูกกล้วยอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งบ่งบอกถึงการใช้ ดินที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับการเพาะปลูก

  • โดยทั่วไป การปลูกพืชและต้นไม้ในพื้นที่ที่มีการถม มักจะมีการใช้ หน้าดิน (Topsoil) หรือ ดินเกษตร เป็นชั้นบนสุดเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของพืช
  • การที่ต้นกล้วย (ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการความชื้นและสารอาหารสูง) สามารถเติบโตได้ดีจนมีใบเขียวขจี เป็นเครื่องยืนยันว่า ที่ดินแปลงนี้มีสภาพดินที่ดีมาก และอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการสร้างบ้านที่ต้องการจัดสวน หรือแม้กระทั่งพัฒนาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมในเมืองขนาดเล็ก
  • ถมดินแล้ว 100% : พร้อมสร้างบ้าน หรือพัฒนาโครงการได้ทันที ประหยัดเงินและเวลา
  • ทำเลทอง ลาดพร้าว 64 : เดินทางสะดวก เข้า-ออกได้หลายเส้นทาง ใกล้รถไฟฟ้า
  • สภาพดินสมบูรณ์ : การันตีด้วยต้นกล้วยที่เติบโตได้ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องดินจืด
  • ราคาคุ้มค่า : 100,000 บาท/ตารางวา ในทำเลลาดพร้าว ถือเป็นราคาที่น่าสนใจสำหรับที่ดินที่ถมแล้ว

ติดต่อ : 081 869 7751

Scroll to Top