การถมที่ดินด้วยดินลูกรัง

การถมที่ดินเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างหรือปรังปรุงภูมิทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ดินลูกรัง ซึ่งเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากมีคุณสมบัติที่แข็งแรง ระบายน้ำได้ดี และราคาไม่สูงนัก บทความนี้จะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการถมที่ดินด้วยดินลูกรัง รวมถึงวิธีการคำนวณปริมาตรดินอย่างคร่าวๆ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

การถมดินลูกรังให้ได้คุณภาพต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เป็นระบบ โดยมีทั้งการขนส่ง การเกลี่ย และการบดอัด ดังนี้ :

  • สำรวจพื้นที่ : วัดขนาดพื้นที่ที่ต้องการถม และกำหนดระดับความสูงที่ต้องการถมเพิ่ม *คำนวณปริมาณดิน : คำนวณปริมาตรดินลูกรังที่ต้องการใช้ทั้งหมด (เป็นลูกบาศก์เมตร หรือ คิว)
  • เตรียมทางเข้า-ออก : ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมของเส้นทางสำหรับรถบรรทุกขนหกล้อให้สามารถเข้าออกและทำการถ่ายดินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
  • ทำเครื่องหมายระดับ : ปักหมุดหรือทำเครื่องหมายแสดงระดับความสูงที่ต้องการถม เพื่อให้การเกลี่ยดินเป็นไปตามแผนที่วางไว้
  • รถบรรทุกหกล้อ (Truck) และปริมาตรบรรทุก :
    – รถบรรทุกหกล้อที่ใช้ในการขนส่งดินถมมักจะมีขนาดกระบะที่แตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะสามารถบรรทุกดินลูกรังได้ประมาณ 5 ถึง 7 ลูกบาศก์เมตร (คิว) ต่อเที่ยว
    – การคำนวณปริมาตร (คิว) ต่อเที่ยว : ปริมตรดินที่บรรทุกจะถูกวัดตามขนาดของกระบะบรรทุก เช่น หากกระบะมีขนาดกว้าง 2.2 เมตร, ยาว 3.8 เมตร, และความสูงขอบกระบะ 0.8 เมตร ปริมาตรสูงสุดที่สามารถบรรทุกได้ คือ 2.2 X 3.8 X 0.8 = 6.68 คิว
  • การเทดินลงพื้นที่ :
    – รถบรรทุกจะทำการขับเข้าสู่พื้นที่ที่ต้องการถม *คนขับจะทำการยกกระบะรถขึ้น (ระบบดั๊มพ์ หรือ ยกเท) เพื่อให้ดินลูกรังเทลงสู่พื้นที่ โดยจะพยายามกระจายกองดินให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อลดภาระการเกลี่ยในภายหลัง
    – ข้อควรระวัง : ในขณะเทดินลง คนงานควรยืนอยู่ในระยะที่ปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากดินที่กำลังเทและตัวรถบรรทุก
  • คนงานเกลี่ย : บางครั้งดินลูกรังที่มีความเหนียว หรือจับตัวเป็นก้อนอาจไม่สามารถไหลออกจากกระบะได้หมด
  • การใช้แรงงานคน : คนงานจะใช้ จอบ หรือ พลั่วด้ามยาว ช่วยในการเขี่ยหรือดันดินส่วนที่เหลือออกจากท้ายกระบะรถ *ความปลอดภัย : ต้องมั่นใจว่ารถบรรทุกจอดนิ่ง และเบรกมือทำงานก่อนที่คนงานจะเข้าไปใกล้ท้ายกระบะเพื่อเกลี่ยดิน
  • การเกลี่ยดินเบื้องต้น : หลังจากเทดินลงแล้วจะใช้รถแบ็คโฮ (Backhoe) หรือแทร็คเตอร์ติดบุลโดเซอร์ (Bulldozer) ในการเกลี่ยกองดินลูกรังให้กระจายทั่วพื้นที่ *การปรับระดับ : คนงานจะตรวจสอบระดับดินที่เกลี่ยแล้วเทียบกับเครื่องหมายที่ปักไว้ เพื่อให้ได้ความสูงที่ถูกต้อง และพื้นผิวที่เรียบสม่ำเสมอ
  • ความสำคัญ : ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดเพื่อให้ดินแน่น ไม่ทรุดตัวในภายหลัง และพร้อมสำหรับการก่อสร้าง
  • เครื่องจักร : ใช้รถบดอัด ทำการบดอัดดินลูกรังเป็นชั้นๆ (มักจะบดอัดทีละชั้น ความหนาไม่เกิน 30 เซนติเมตร) *การเพิ่มน้ำ (ถ้าจำเป็น) : หากดินลูกรังแห้งเกินไป อาจมีการพรมน้ำเล็กน้อยก่อนการบดอัด เพื่อให้ดินสามารถจับตัว และบดอัดได้แน่นยิ่งขึ้น (การบดอัดจะดีที่สุดเมื่อดินมีความชื้นที่เหมาะสม หรือ Optimum Moisture Content)

ดินลูกรังเป็นดินที่มีส่วนประกอบของหิน กรวด และทรายปะปนอยู่ ทำให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นเหมาะสำหรับการถมที่ดิน :

  • ความแข็งแรงสูง : เมื่อบดอัดอย่างเหมาะสม ดินลูกรังจะมีความหนาแน่นสูงและมีความสามารถในการรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม จึงเป็นรากฐานที่ดีสำหรับโครงสร้างอาคาร
  • การระบายน้ำดี : ลักษณะของดินที่มีกรวดและหินปะปน ทำให้ดินลูกรังมีการซึมผ่านของน้ำที่ดีเยี่ยม ไม่กักเก็บน้ำ เหมือนดินเหนียว ช่วยลดปัญหาน้ำขังและการทรุดตัวจากความชื้น
  • ความคงทนต่อการเปลี่ยนแปลง : ดินลูกรังไม่ค่อยมีการหดตัวหรือขยายตัวมากนักเมื่อความชื้นเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วยให้พื้นผิวที่ถมมีความเสถียรในระยะยาว
  • ลดการทรุดตัว : การถมเป็นชั้นๆ แล้วบดอัดแต่ละชั้นจะช่วยให้การทรุดตัวหลังจากการถมมีน้อยมาก ทำให้พื้นที่ที่สร้างบนดินลูกรังมีความมั่นคงสูง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top